





OMPHOBBY M7R ผ่านไป 2 ปี เจ้า M7 ได้ถูกจับมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น มุ่งเน้นไปที่การลดน้ำหนักแต่ยังคงความแข็งแรง โดยที่โครงสร้างหลักยังคงเป็น M7 ดั้งเดิมแต่มีการปรับแต่งและเพิ่มเติมนิดหน่อย ทำให้น้ำหนักเบาลงถึง 200 กรัม เมื่อเทียบกับ M7เดิม ส่งผลให้ M7R เป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ขนาด 700 ที่เบาและคล่องตัว
M7R ยังคงเอกลักษณ์ของ M7 คือความแม่นยำและควบคุมง่าย M7R ได้เปลี่ยนชุดเฮดใหม่ที่เพรียวบางขึ้น ยังคงใช้บูช POM เช่นเดิมแต่เพิ่มเติมการตอบสนองในรอบที่กว้างขึ้นตั้งแต่รอบต่ำ 1100 RPM จนถึงสูงสุด 2400 RPM นอกจากนี้ถ้าการตอบสนองของไซคลิกยังไม่เร็วพอ เราสามารถใส่ชุดอัพเกรดชุดเฮดให้เป็น 1:1 ได้เช่นกัน
M7R ระบบหางยังคงเหมือน M7 ดั้งเดิม แต่ได้รับการอัปเกรดด้วยแดมเปอร์วัสดุใหม่ที่ทนทานขึ้นมากทำให้ความแม่นยำตอบสนองในการควบคุมหางดีกว่าเดิม อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงจาก M7 คือ ที่ตัวบูมและฟินตั้งจะถูกทำสีมาจากโรงงาน เราไม่ต้องติดสติกเกอร์เองเหมือน M7 อัตราส่วนเรโชของหางยังคงเดิมที่ 5:1 สายพานขับหางยังคงใช้ขนาด 8 มม. เช่นเดิม
M7R มาพร้อมกับระบบส่งกำลังใหม่ โดยที่เมนเกียร์ได้เพิ่มจำนวนฟันจาก 120 ฟัน มาเป็น 122 ฟัน เนื้อวัสดุมีความแข็งแรงกว่าเดิม จับคู่ร่วมกับพิเนี่ยน 13 ฟัน จำนวนฟันของพิเนี่ยนมีออปชันให้เลือกใช้ตั้งแต่ 11–15 ฟัน เราสามารถเลือกใช้พิเนี่ยนเพื่อให้อัตราส่วนเรโชว์ของระบบส่งกำลังเข้ากับ KV มอเตอร์ที่เราใช้มากที่สุด
M7R มาพร้อมกับเฟรมตัวล่างใหม่ ได้เปลี่ยนจากเดิมที่เป็นโมลด์คาร์บอนเป็นแผ่นคาร์บอนตัดขอบพร้อมรางแบตใหม่ทำจากอะลูมิเนียม ช่วยให้ใส่และถอดแบตได้ลื่นไหลกว่าเดิมและรองรับแบตขนาดใหญ่สุดถึง 12S 6500mAh การเปลี่ยนจากโมลด์คาร์บอนมาเป็นแผ่นคาร์บอนนอกจากการลดน้ำหนักให้เบาลงแล้ว สิ่งที่ได้เพิ่มเติมขึ้นมาคือราคาพาร์ทที่ถูกลงนั่นเอง
ส่วนใครที่ชอบโมลด์คาร์บอนแบบเดิมที่อยู่ใน M7 เราสามารถนำมาใส่กับ M7R ได้เช่นกันเพียงแค่ต้องมีการโมดิฟายนิดหน่อยแต่ตำแหน่งรูยึดน๊อตยังคงเหมือนเดิม
M7R ได้มีการออกแบบชุดแคลมป์ยึดบูมหาวงใหม่ ย้ายจุดยึดมาไว้ที่เฟรมตัวบนทั้งหมด ทำให้ยึดได้แน่นกว่าเดิมเพราะแบบเดิมจะยึดระหว่างเฟรมตัวบนและเฟรมตัวล่าง ชุดแคลมป์แบบใหม่จึงทำให้ถอดแยกชุดเฟรมตัวล่างออกได้ง่าย เวลาจะถอดบูมหางก็ไม่จำเป็นต้องคลายน๊อตชุดเฟรมตัวล่างด้วยเช่นกัน
M7R ยังคงใช้อลูมิเนียมเกรดพรีเมียม 7075 สำหรับชิ้นส่วนที่รับแรงหนักหรือหมุนตลอดเวลา แต่ส่วนอื่นๆ นั้นได้ถูกปรับมาใช้เกรด 6061 T6 ที่มีน้ำหนักที่เบลงแต่ยังคงแข็งแรงและทนทาน
M7R มาพร้อมกับหัวแคโนปี้แบบใหม่ เพรียวบาง ลดแรงต้านอากาศ ดีไซน์มีความคล้ายกับเฮลิคอปเตอร์ยุคใหม่ของ OMPHOBBY เฉกเช่น M2 V3 Pro, M5 และ M6 รวมถึงสีเปิดตัวยังคงมีความคล้ายด้วยเช่นกัน นั่นคือ Cosmic Orange (ส้ม), Solar Yellow (เหลือง), Nebula Pink (ชมพู) และ Aurora Green (เขียว) สำหรับประเทศไทยจะมีจำหน่ายเพียง 2 สี นั่นคือ สีส้ม และ สีเหลือง
M7R เป็นการอัพเกรดครั้งใหญ่เพื่อรีดเอาประสิทธิภาพของ M7 ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความเบารวมไปจนถึงการตอบสนองที่รวดเร็วกว่าเดิม การควบคุมแม่นยำ นิ่ง เงียบ และทรงพลังยิ่งขึ้น M7R นั้นยังคงใช้พาร์ท (อะไหล่) ส่วนใหญ่จาก M7 ทำให้การอัพเกรดจาก M7 ไป M7R นั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดาย รวมไปจนถึงเราสามารถเลือกที่จะใช้พาร์ทในส่วนที่ชอบหรือไม่ชอบจับผสมได้เช่นกัน

ใส่ความเห็น